เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าตัวเองขายเก่งนะ
เวลานัดเดโมกับลูกค้า นั่งให้ห้องประชุมแล้ว ดูบรรยากาศดี
ลูกค้าพยักหน้า -> คุยกันถูกคอ
แต่จบด้วยคำว่า “เดี๋ยวคุยกันอีกทีนะครับ”
แล้วก็เงียบ …….
ตอนแรกผมโทษตลาด, โทษงบ, โทษคู่แข่ง, โทษว่าลูกค้าไม่มืออาชีพ
แต่พอมานั่งไล่ดูดี ๆ ทุกเคสมีจุดร่วมเดียวกัน
ผม “อยากให้ลูกค้าชอบผม” มากกว่า “อยากให้ลูกค้าตัดสินใจ”
ความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดของผม
ผมเคยคิดว่า การขายที่ดีคือการทำให้บรรยากาศดี
- ไม่กดดัน
- ไม่ถามแรง
- ไม่ทำให้ใครอึดอัด
ผมหลีกเลี่ยงคำถามพวกนี้:
- งบประมาณคุณอยู่ช่วงไหนแน่ ๆ
- ใครเป็นคนตัดสินใจจริง
- ถ้าผมส่งข้อเสนอไป คุณจะตัดสินใจวันไหน
- ถ้าไม่โอเค คุณบอกผมตรง ๆ ได้ไหม
เพราะผมกลัวเสียบรรยากาศ
ผลคืออะไร?
ผมได้บรรยากาศดี ๆ หนึ่งชั่วโมง แล้วเสียรายได้ไปหลายแสน
บทเรียนที่เปลี่ยนเกม
วันหนึ่งผมลองเปลี่ยนวิธี
ผมหยุด “ตาม” -> แล้วเริ่ม “นำ”
ก่อนจะคุยเรื่องราคา ผมตั้งกรอบชัด ๆ
ถ้าเราจะทำงานด้วยกัน เราต้องรู้ว่า
- ใครเป็น decision maker
- งบประมาณอยู่ระดับไหน
- ไทม์ไลน์จริงคือเมื่อไร
- และเราจะตัดสินใจกันวันไหน
บางคนอึ้ง, บางคนอึดอัด, บางคนถอย
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนที่เหลืออยู่จริงจังขึ้นทันที
ผมไม่ได้ปิดดีลมากขึ้นเพราะพูดเก่งขึ้น
ผมปิดดีลมากขึ้นเพราะ “คัดคนเร็วขึ้น”
ความจริงที่ไม่ค่อยมีใครบอก
Ghosting ไม่ได้เกิดเพราะลูกค้าไม่มีมารยาท
มันเกิดเพราะเราเปิดปลายบทสนทนาไว้เอง
เราให้ข้อมูลครบ, ให้คำแนะนำฟรี, ส่ง proposal อย่างสวย
แต่ไม่เคยขอ commitment ที่ชัด
เราคิดว่าเขาจะเกรงใจ
ความจริงคือ ถ้าเราไม่กำหนดกติกา
เขาก็ไม่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบอะไร
สิ่งที่ผมทำต่างออกไป
ผมไม่จบประชุมด้วย “เดี๋ยวคุยกันใหม่”
ผมจบด้วย “เราจะตัดสินใจกันวันไหน”
- ผมไม่ส่ง proposal ถ้ายังไม่รู้กระบวนการตัดสินใจ
- ผมไม่กลัวคำว่า “ไม่” เพราะ “ไม่” เร็ว ๆ ดีกว่า “เงียบ” นาน ๆ
- ผมเลิกพยายามเป็นคนที่ทุกคนชอบ แล้วหันมาเป็นคนที่ชัด
ผลลัพธ์คือ pipeline สั้นลง
รายได้ predictable ขึ้น
และที่สำคัญที่สุด — ผมไม่ต้องนั่งไถโทรศัพท์รอใครตอบไลน์
ถ้าคุณกำลังเจอ Ghosting บ่อย ๆ
ลองถามตัวเองตรง ๆ
คุณกำลังขายแบบ “ขอความกรุณา” หรือขายแบบ “นำกระบวนการตัดสินใจ”?
คุณกำลังหลีกเลี่ยงความอึดอัด หรือกำลังสร้างความชัดเจน?
เพราะสุดท้ายแล้ว ตลาดไม่ได้เคารพคนที่น่ารักที่สุด
ตลาดเคารพคนที่กล้าตั้งกติกา
และตั้งแต่วันที่ผมเข้าใจเรื่องนี้ ลูกค้าอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบระเบิด
แต่ลูกค้าที่หายไปแบบไร้ร่องรอย แทบจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย
สุดท้ายผมก็กลายเป็นคนเลิกกลัวผีไปเลย
